การพัฒนาและการตรวจสอบดัชนีความเสี่ยงทางคลินิกใหม่สำหรับการทำนายโรคกระดูกพรุนในสตรีไทย

0
Rate this post

นพ.ชาติเลิศ พงษ์ชัยกุล*, นพ.เหงียน ดี เหงียน**,
ชูวงษ์ พงษ์ชัยกุล BSc***, Tuan V Nguyen PhD**

* ภาควิชาแพทยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
** โครงการวิจัยกระดูกและแร่ Garvan Institute of Medical Research นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย
*** โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

เชิงนามธรรม – คลิกที่นี่

วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้คือเพื่อพัฒนาและตรวจสอบเครื่องมือง่ายๆ ใหม่ในการระบุผู้หญิงไทยที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุน ผู้หญิงจำนวน 322 คนที่มีอายุมากกว่า 45 ปี ถูกสุ่มแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม: การพัฒนา (n = 130) และกลุ่มการตรวจสอบความถูกต้อง (n = 192) BMD คอกระดูกต้นขาและกระดูกสันหลังส่วนเอววัดโดยเครื่องวัดความหนาแน่น LUNAR DPX-IQ ความชุกของโรคกระดูกพรุน (กำหนดโดย BMD T-scores < -2.5) อยู่ที่ 33 เปอร์เซ็นต์โดย BMD ของกระดูกสันหลังส่วนคอหรือกระดูกสันหลังส่วนเอว การศึกษาโรคกระดูกพรุนขอนแก่น (KKOS) คำนวณคะแนนตามอายุและน้ำหนักและนำไปใช้กับกลุ่มการพัฒนา บุคคลที่มีคะแนน KKOS < -1 ถูกกำหนดให้เป็น “ความเสี่ยงสูง”; มิฉะนั้นจะมีการกำหนด “ความเสี่ยงต่ำ” ในกลุ่มการตรวจสอบความถูกต้อง ความไวและความจำเพาะของ KKOS เท่ากับ 70 และ 73 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ นอกจากนี้ หากต้องรักษาบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงที่ KKOS ระบุ และหากการรักษาลดอุบัติการณ์กระดูกหักลง 50 เปอร์เซ็นต์ และสมมติว่าค่ารักษาวันละ 10 บาท ค่าใช้จ่ายในการป้องกันการแตกหักหนึ่งครั้งจะประมาณ 466,695 บาท ต่อปี. ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าแม้ว่าอายุและน้ำหนักตัวสามารถใช้เพื่อระบุผู้หญิงไทยที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุนได้ แต่การประยุกต์ใช้กับประชากรทั่วไปนั้นจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ประโยชน์ด้านต้นทุนและผลประโยชน์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับชุมชน

คำสำคัญ : Clinical Risk Index, Osteoporosis, Fracture, Asia, Thailand